สวนสนามทางเรือ

ภาพรวม

การสวนสนามทางเรือนานาชาติ (The 50th Anniversary of ASEAN’s International Fleet Review 2017 : ASEAN IFR 2017) เป็นการจัดสวนสนามโดยกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมเป็นเจ้าภาพ และเชิญประเทศต่างๆ นอกอาเซียน ร่วมสวนสนามฉลองครบรอบ ๕๐ ปี การก่อตั้งอาเซียน บริเวณพื้นที่อ่าวพัทยา มีกำหนดจัดกิจกรรมในวันเสาร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ณ บริเวณอ่าวพัทยา เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีประมาณการกำลังทางเรือและกำลังทางอากาศที่เข้าร่วม ประกอบด้วยเรือของกองทัพเรือ จำนวน ๑๕ ลำ เรือของประเทศสมาชิกอาเซียน จำนวน ๑๕ – ๒๐ ลำ เรือของประเทศนอกอาเซียน จำนวน ๑๕ – ๒๐ ลำ และอากาศยานของกองทัพเรือและกองทัพอากาศ จำนวน ๒๐ เครื่อง

รูปแบบการจัดกิจกรรม จะเป็นการจัดในลักษณะการตรวจพลสวนสนามทางเรือ (Fleet Review) โดยก่อนวันจัดกิจกรรมจะกำหนดให้เรือที่เข้าร่วมกิจกรรมจอดเรือทอดสมอบริเวณหน้าอ่าวพัทยาก่อน ๑ คืน ในวันจัดกิจกรรมจะเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีหรือผู้แทนเป็นประธานในพิธี และจัดให้ประธานและแขกผู้มีเกียรติ (ผู้บัญชาการทหารเรือรับเชิญจากประเทศต่าง ๆ และแขกรับเชิญอื่น ๆ) ขึ้นเรือประธานและร่วมตรวจพลสวนสนามบนเรือชุด ร.ล.นเรศวร โดยจะขึ้นเรือจากท่าเรือ บริเวณท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ และออกเรือไปยังจุดตั้งตัวในการเริ่มสวนสนาม จากนั้นเรือประธานจะแล่นผ่านกระบวนเรือ โดยเมื่อผ่านเรือลำแรก คือ ร.ล.ปิ่นเกล้า จะยิงสลุตคำนับตามระเบียบว่าด้วยการเคารพ ในขณะเดียวกันอากาศยานที่เข้าร่วมกิจกรรมจะบินสวนสนามผ่านเรือประธานและเรือที่เข้าร่วมกิจกรรม หลังจากนั้นเรือประธานจะแล่นผ่านเรือที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกลำ โดยเรือทุกลำจะทาความเคารพตามระเบียบว่าด้วยการเคารพ จึงแล้วเสร็จการจัดกิจกรรม และท้ายสุดเรือประธานจะเดินทางกลับ และส่งแขกผู้มีเกียรติ

 


 

Fleet Review คืออะไร

พิธีสวนสนามทางเรือ เป็นพิธีที่สำคัญพิธีหนึ่งของทหารเรือ ที่ยึดถือปฏิบัติกันเป็นสากลทั่วโลก จัดขึ้นเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่บุคคลสำคัญ ๆ ของประเทศ หรือเพื่อแสดงแสนยานุภาพของกำลังทางเรือในวาระสำคัญของชาติ เช่น วันชาติ วันที่ระลึกในการกระทำยุทธนาวี หรือเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติ เป็นต้น

พิธีสวนสนามทางเรือ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ Fleet Review หรือ Naval Review และ Naval Vessels Parade หรือ Naval Parade

โดย Fleet Review จะเป็นการสวนสนามโดยเรือทั้งหมดทิ้งสมออยู่กับที่ ในบริเวณอ่าวที่คลื่นลมสงล และเรือตรวจพลหรือเรือประธาน ซึ่งผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะอยู่บนเรือลำนั้น จะวิ่งผ่านเรือต่างๆ ไป เมื่อเรือประธานวิ่งผ่านเรือแต่ละลำ ก็จะมีการแสดงความเคารพของทหารบนเรือต่อประธานในพิธีซึ่งอยู่บนเรือประธาน ลักษณะของ Fleet Review เช่นนี้ จะเหมือนกับการตรวจพลสวนสนามทางบก ซึ่งใช้รถวิ่งผ่านแถวทหาร

สำหรับ Naval Parade เรือทั้งหมดจะแล่นเป็นแถว หรือรูปกระบวน และวิ่งผ่านเรือตรวจพล หรือ เรือประธาน ไปตามลำดับ โดยเรือประธาน อาจจะแล่นไปในทิศทางเดียวกับเรือในหมู่เรือสวนสนาม แต่ใช้ความเร็วน้อยกว่าเรือในหมู่เรือ หรือแล่นสวนทางกันก็ได้ ซึ่งเมื่อเรือลำใดแล่นผ่านเรือประธาน ทหารบนเรือนั้นก็จะทำความเคารพประธาน เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

พิธีสวนสนามทางเรือของทหารเรือตามแบบประเทศตะวันตกในประเทศไทย ได้เริ่มมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๗ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นพิธีที่สำคัญของทหารเรือพิธีหนึ่ง สถานที่ที่จะใช้ในการสวนสนามก็คือในทะเลตามพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนเครื่องบินที่ร่วมในพิธีสวนสนามทางเรือ ในปัจจุบันใช้อากาศยานของทหารเรือและผนวกการยิงสลุตเข้าไปด้วย และจะใช้การสวนสนามทั้งแบบ Fleet Review หรือ Naval Parade ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์

พิธีสวนสนามทางเรือเป็นพิธีที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะจะได้เห็นเรือต่างๆ ทอดสมอร่วมกันในอ่าวเดียวกัน หรือแล่นเป็นกระบวนสวยงาม ซึ่งปกติเราจะไม่ได้เห็นบ่อยนัก ยิ่งโดยเฉพาะกับพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ ที่นอกจากจะได้เห็นเรือรบของชาติตัวเองแล้ว ก็ยังจะได้เห็นเรือรบจากชาติอื่นๆ ซึ่งจะมีลักษณะที่สวยงาม และสง่างามแตกต่างกันไป รวมถึงเครื่องแบบทหารเรือของแต่ละประเทศ ก็ยังมีรายละเอียดแตกต่างกันที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะได้เห็นจากเรือรบที่เข้าร่วมงาน ดังนั้น จึงนับว่า มหกรรมทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี อาเซียนนี้ เป็นงานที่ทุกคนไม่ควรจะพลาดอย่างเด็ดขาด

 


 

ประวัติการ Fleet Review ในประเทศไทย

การสวนสนามทางเรือเริ่มต้นมาจากอังกฤษ เรียกว่า Fleet Review ต่อมาได้มีการพัฒนาการมาเป็นลำดับ จึงได้มีการแบ่งพิธีสวนสนามทางเรือ เป็น ๒ ประเภท คือ Fleet Review หรือ Naval Review และ Naval Vessels Parade หรือ Naval Parade โดย Fleet Review  จะเป็นการสวนสนามโดยเรือทั้งหมดทิ้งสมออยู่กับที่ แต่เรือตรวจพลซึ่งผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะอยู่บนเรือนั้น และเรือแล่นผ่าน เช่นเดียวกับการตรวจพลสวนสนามทางบก ซึ่งใช้รถวิ่งผ่านแถวทหาร สำหรับ Naval Parade จะใช้สำหรับเรือวิ่งในทะเล

ในส่วนของกองทัพเรือไทยเอง เริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฎหลักฐาน แต่สันนิษฐานว่านำแบบอย่างมาจากพิธี Coronation Review ของอังกฤษซึ่งเป็นธรรมเนียมของพระเจ้าแผ่นดินภายหลังจากพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว จะเสด็จพระราชดำเนินตรวจพลทางเรือ พิธีนี้ได้กระทำขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อ ค.ศ. ๑๘๘๗ (พ.ศ.๒๔๓๐)

ในปี พ.ศ.๒๔๙๖ (ค.ศ.๑๙๕๓) อังกฤษได้จัดให้มีพิธีพระบรมราชาภิเษกสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ ๒ รัฐบาลไทยได้รับเชิญให้ส่งเรือหลวงเข้าร่วมพิธีด้วย กองทัพเรือจึงได้ส่งเรือหลวง โพสามต้นไปร่วมพิธี เนื่องจาก ร.ล.โพสามต้นเป็นเรือที่กองทัพเรือได้รับมอบจากราชนาวีอังกฤษที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๖ แล้วเข้าร่วมในพิธีเมื่อวันที่  ๑๕ มิถุนายน ๒๔๙๖ และได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๖

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ กองทัพเรือได้จัดให้มีพิธีสวนสนามทางเรือขึ้นตามแบบประเทศตะวันตกเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๗ ณ บริเวณบางแสน จังหวัดชลบุรี โดยจัดเป็นกองเรือฝึกประกอบด้วยเรือหลวง จำนวน ๔๕ ลำ โดยมีจอมพลเรือ หลวงยุทธศาสตร์โกศล (ประยูร ยุทธศาสตร์โกศล) ขณะมียศ พลเรือเอก ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บังคับกองเรือฝึกและมี พลเรือเอก หลวงชำนาญ อรรถยุทธ์ (เอื้อน กุลไกรเวส) ขณะมียศ พลเรือโท ผู้บัญชาการกองเรือ ยุทธการเป็นรองผู้บังคับกองเรือฝึกและใช้วิธีสวนสนามทางเรือ Naval Parade คือ จัดเรือ เป็น ๔  หมวดเรือ แบ่งเป็น ๒  แถว โดยมี เรือหลวงแม่กลอง เป็นเรือตรวจพลสวนสนาม และจอมพลเรือ ป.พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการตรวจพลใช้สถานที่ในทะเลบริเวณหน้าบางแสนและมีเครื่องบินจากกองทัพอากาศบินผ่านร่วมตรวจพลด้วย โดยมีเรือเข้าร่วมพิธี จำนวน ๔๑ ลำ

พิธีสวนสนามทางเรือของทหารเรือตามแบบประเทศตะวันตกในประเทศไทย ได้เริ่มมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๗ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นพิธีที่สำคัญของทหารเรือ พิธีหนึ่ง สถานที่ที่จะใช้ในการสวนสนามก็คือในทะเลตามพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนเครื่องบินที่ร่วมในพิธีสวนสนามทางเรือ ในปัจจุบันใช้อากาศยานของทหารเรือและผนวกการยิงสลุตเข้าไปด้วย และจะใช้การสวนสนามทั้งแบบ Fleet Review หรือ Naval Parade ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์

สวนสนามทางเรือ พ.ศ. ๒๔๙๗

อ้างอิง

  • พิธีสวนสนามทางเรือ by Thaidefense-news Blog ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
  • พลเรือตรี ประพัฒน์ จันทวิรัช. งานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช “เรื่องเกร็ดในอดีตของทหารเรือไทย”
  • ข้อบังคับทหารว่าด้วยการเคารพ วันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘
  • ข้อบังคับทหารว่าด้วยการยิงสลุต ที่ ๕/๒๓๓๔๒ พ.ศ​.๒๔๘๓

 


 

ประวัติการส่งเรือรบของไทยไป Fleet Review ในต่างประเทศ

กองทัพเรือได้เคยจัดเรือรบเข้าร่วมการสวนสนามของประเทศต่างๆ ไว้หลายครั้ง โดยครั้งแรกที่ได้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานนั้น คือการสวนสนามทางเรือในพิธี Coronation Review ของอังกฤษ ในปี พ.ศ.๒๔๙๖ (ค.ศ.๑๙๕๓) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในพิธีพระบรมราชาภิเษกสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ ๒ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ส่งเรือหลวงโพสามต้นเข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ได้ส่งนักเรียนนายเรือร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อฝึกภาคต่างประเทศไปพร้อมกัน โดยได้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๔๙๖ แล้วเข้าร่วมในพิธีเมื่อวันที่  ๑๕ มิถุนายน ๒๔๙๖ และได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๖ นักเรียนนายเรือรุ่นนี้ เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือได้รับสมญาว่า “รุ่น Coronation”

สำหรับการจัดส่งเรือรบของไทยเข้าร่วมในการสวนสนามกับนานาชาตินั้น กองทัพเรือได้ดำเนินการมาต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการสวนสนามทางเรือนานาชาติของประเทศในอาเซียน หรือประเทศนอกอาเซียนแต่ก็มีพันธะสัญญาร่วมกันผ่านกรอบการประชุมของทหารเรือในกลุ่มต่างๆ เช่น Western Pacific Naval Symposium , Indian Ocean Naval Symposium และกับประเทศที่มีสายสัมพันธ์ระหว่างชาวเรือด้วยดีเสมอมา เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น

เมื่อครั้งกองทัพเรือไทย ได้รับเชิญจากรัฐบาลอังกฤษ ให้เข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรือ ที่ SPITHEAD ณ ประเทศอังกฤษ เนื่องในงานบรมราชาภิเษก ของสมเด็จพระราชินีอลิซเบธที่ 2 กองทัพเรือ โดยมี พลเรือเอก ป. ยุทธศาสตร์โกศล รน.เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ส่งเรือหลวงโพสามต้นเข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรือในครั้งนี้ ในการ NEAL REVIEW OF THE FLEET ของ เรือหลวงโพสามต้น ซึ่งเรือเป็นที่มีขนาดเล็กที่สุด และเดินทางมาไกลที่สุด ในจำนวนเรือ นานาชาติที่เข้าร่วมพิธี แต่นับเป็นความภาคภูมิใจ ที่กำลังพลของ เรือหลวงโพสามต้น และนักเรียนนายเรือ รุ่น 2496 ที่สามารถนำเรือเข้าร่วมสวนสนามทางเรือได้โดยสวัสดิภาพ และสง่างาม
เรือต่างๆที่เข้าร่วม มีเรือรบอังกฤษ และเรือรบในเครือจักรภพ จำนวน 250 ลำ เรือสินค้า 20 ลำ เรือรบต่างประเทศที่ได้รับเชิญ 16 ลำ ประกอบด้วย เรือรบของประเทศไทย 1 ลำ คือ เรือหลวงโพสามต้น เบลเยี่ยม บลาซิล เดนมาร์ค โดมินิเกนริพลับลิค ฝรั่งเศส กรีซ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน ตุรกี และสหรัฐอเมริกา

โดยครั้งที่สำคัญๆ ก็ได้แก่ การสวนสนามทางเรือนานาชาติ Australia International Fleet Review 2013 ซึ่งกองทัพเรือได้จัดส่ง เรือหลวงกระบี่ ซึ่งเป็นเรือประเภทเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ซึ่งต่อโดยอู่ทหารเรือกับอู่เอกชนของไทย ซึ่งนับเป็นการจัดส่งเรือรบของไทยที่ต่อเองโดยคนไทย ไปไกลกว่าค่อนโลกเลยทีเดียว

 

 


 

มหกรรมทางเรือ ครบรอบ 50 ปีอาเซียน คืออะไร

กองทัพเรือได้รับความไว้วางใจจากกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนให้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี การก่อตั้งอาเซียน ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามมติที่ประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ครั้งที่ ๘ ที่กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่าง ๒๖ – ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ให้ความเห็นชอบการจัดกิจกรรมดังกล่าวและกำหนดให้เป็นกิจกรรมหลักระดับประเทศ เพื่อให้การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีความสมเกียรติ เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นกิจกรรมยิ่งใหญ่ระดับโลก กองทัพเรือจึงได้รวมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องหลายกิจกรรมมาจัดในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือระหว่างวันจันทร์ที่ ๑๓ ถึงวันพุธที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ รวมเวลาทั้งสิ้น ๑๐ วัน ณ พื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดใกล้เคียง และพื้นที่อ่าวไทยตอนบน รวมเรียกว่า “มหกรรมทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี การก่อตั้งอาเซียน” โดยเมืองพัทยาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรับผิดชอบจัดกิจกรรมบนบกซึ่งเป็นกิจกรรมสมทบเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวและบริการ รวมทั้งเป็นการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ส่วนกองทัพเรือรับผิดชอบจัดกิจกรรมทางทะเลซึ่งเป็นกิจกรรมหลักเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี การก่อตั้งอาเซียน รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพเรืออาเซียนและกองทัพเรือนอกอาเซียน ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

๑. การสวนสนามทางเรือนานาชาติ (The 50th Anniversary of ASEAN International Fleet Review 2017 : ASEAN IFR 2017) โดยกองทัพเรือจะเชิญกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนและนอกอาเซียนรวมกว่า ๓๐ ประเทศ จัดเรือรบที่ทันสมัยและมีสมรรถนะสูงกว่า ๔๐ ลำ ร่วมการสวนสนามทางเรือบริเวณพื้นที่อ่าวพัทยา โดยจะกราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีแขกผู้มีเกียรติทั้งผู้บังคับบัญชาฝ่ายไทยและต่างประเทศ รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมชมการสวนสนามทางเรือนานาชาติ ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

๒. การฝึกผสมแบบพหุภาคีของกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียน (The 1st ASEAN Multilateral Naval Exercise : The 1st AMNEX 2017) โดยกองทัพเรือร่วมกับกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนจะดำ เนินการฝึกตาม Standard Operating Procedures for ASEAN Multilateral Naval Exercise : SOP for AMNEX) ที่กองทัพเรือทุกประเทศได้ให้ความเห็นชอบร่วมกันแล้วในคราวการประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ครั้งที่ ๙ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ณ ประเทศเมียนมา โดยจะมีการฝึกทั้งในทะเลและบนบกบริเวณพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และบริเวณอ่าวไทยตอนบน

๓. การประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ครั้งที่ ๑๑ (The 11th ASEAN Navy Chiefs’ Meeting 2017 : The 11th ANCM 2017) โดยกองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในพื้นที่เมืองพัทยา ในช่วงเวลาที่มีความสอดคล้องกันทั้งกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ และการฝึกผสมแบบพหุภาคี

๔. กิจกรรมการสาธิตการปฏิบัติการทางเรือ มีกำหนดจัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ บริเวณชายหาดเมืองพัทยา (พัทยากลาง) ซึ่งเป็นกิจกรรมก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมการเดินพาเหรดทางบกโดยมีการสาธิตการปฏิบัติการทางเรือ ๒ กิจกรรมสาธิต โดยในระหว่างการดำเนินกิจกรรมการสาธิตการปฏิบัติการทางเรือ จะมีการแสดงกำลังทางอากาศของกองทัพอากาศให้สอดคล้องกับสถานการณ์การสาธิตการปฏิบัติการทางเรือ ดังนี้

  • กิจกรรมสาธิตที่ ๑ : การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล โดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ เรือและชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์นเรนทร โรงพยาบาลเมืองพัทยา และกู้ภัยเมืองพัทยา
  • กิจกรรมสาธิตที่ ๒ : การต่อต้านการก่อการร้ายโดยการชิงตัวประกัน กำลังที่เข้าร่วมประกอบด้วย รีคอนจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และมนุษย์กบจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ และเรือเร็วโจมตีจากกองเรือยุทธการ

๕. กิจกรรมการเดินพาเหรดทางบก มีกำหนดจัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ บริเวณถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา (จากระหว่างพัทยาใต้และพัทยากลางตลอดเส้นทางจนถึงพัทยาเหนือ) เป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากกิจกรรมการสาธิตการปฏิบัติการทางเรือ โดยมีกำลังพลเข้าร่วมประกอบด้วย กำลังพลจากเรือของกองทัพเรือ จำนวน ๑๕ ลำ กำลังพลจากเรือของประเทศสมาชิกอาเซียน จำนวน ๑๕ – ๒๐ ลำและกำลังพลจากเรือของประเทศนอกอาเซียน จำนวน ๑๕ – ๒๐ ลำ ขบวนศิลปวัฒนธรรม ขบวนของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมการเดินพาเหรดทางบก และ วงโยธวาทิตจากราชนาวี ขบวน พาเหรดจะใช้เส้นทางถนนเลียบชายหาดจากระหว่างพัทยาใต้และพัทยากลางมุ่งหน้าสู่พัทยาเหนือ ผ่านปรำพิธีบริเวณแยกพัทยากลางบนถนนเลียบชายหาดพัทยาเพื่อให้ประธานในพิธี (ผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียนร่วมเป็นประธาน) รับการแสดงความเคารพจากขบวนพาเหรดต่าง ๆ ขณะเดินผ่านปะราพิธี นอกจากนี้ยังมีการแสดงแฟนซีดรีลจาก นักเรียนจ่าทหารเรือ บริเวณหน้าปรำพิธีก่อนที่ขบวนพาเหรดจากกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนและนอกอาเซียนจะเดินผ่านปรำพิธีอีกด้วย

๖. กิจกรรมทางบก เป็นกิจกรรมสมทบที่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่จัดขึ้นตลอดช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ ได้แก่ การแสดงคอนเสิร์ต การแสดงพลุไฟนานาชาติ การแข่งขันมวยไทยไฟต์ การแข่งขันเครื่องบินระดับโลก Air Race 1 การแสดงสินค้า ๔ ภาค มหกรรมอาหารนานาชาติ การแสดงศิลปวัฒนธรรมอาเซียน การแสดงศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ และการจัดงานแสดงเทคโนโลยีทางเรือ Ship Tech หรืออาจมีกิจกรรมสมทบของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอื่น ๆ เพิ่มเติมในภายหลัง



ลงทะเบียน